โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพสำคัญของประชากรทั่วโลก โดย โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease: CAD) เป็นหนึ่งในภาวะสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต
ปัจจัยหลายประการมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น การสูบบุหรี่ ความดันโลหิตสูง ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ เบาหวาน ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตและปัจจัยด้านสุขภาพอื่น ๆ
สิ่งสำคัญคือ โรคหลอดเลือดหัวใจอาจดำเนินไปโดยไม่มีอาการที่ชัดเจนเป็นเวลานาน และในบางรายอาจได้รับการวินิจฉัยเมื่อเกิดอาการหรือเหตุการณ์ทางหัวใจแล้ว
ด้วยเหตุนี้ การประเมินสุขภาพหัวใจเชิงป้องกันจึงมีบทบาทในการค้นหาปัจจัยเสี่ยงและความผิดปกติบางอย่างของระบบหัวใจและหลอดเลือดตั้งแต่ระยะที่ยังไม่มีอาการ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
การประเมินความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ: จุดเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพหัวใจ
หนึ่งในความท้าทายของโรคหลอดเลือดหัวใจคือ โรคสามารถพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่มีอาการที่สังเกตได้ชัดเจน คราบไขมันหรือ Plaque สามารถสะสมภายในผนังหลอดเลือดหัวใจเป็นเวลาหลายปี
สำหรับบางคน อาการแรกอาจเป็นอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก ขณะที่บางรายอาจเกิดเหตุการณ์ทางหัวใจอย่างเฉียบพลัน ดังนั้น การประเมินความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง
โดยทั่วไป การประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดจะพิจารณาจากข้อมูลต่าง ๆ เช่น
- ความดันโลหิต
- ระดับไขมันในเลือด
- ระดับน้ำตาลในเลือดและภาวะเบาหวาน
- การสูบบุหรี่
- ประวัติครอบครัว
- น้ำหนักตัวและภาวะอ้วน
- อายุ และปัจจัยสุขภาพอื่น ๆ
ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญในการประเมินความเสี่ยงในอนาคต แต่ ไม่ได้บอกโดยตรงว่าบุคคลนั้นมีการสะสมของคราบไขมันในหลอดเลือดหัวใจหรือไม่
ปัจจุบัน เทคโนโลยีการตรวจทางภาพสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างของหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ ทำให้การประเมินสุขภาพหัวใจมีข้อมูลประกอบที่หลากหลายมากขึ้นในผู้ที่เหมาะสม
CAC คืออะไร?
Coronary Artery Calcium (CAC) Score คือการประเมินปริมาณแคลเซียมที่สะสมอยู่ในหลอดเลือดหัวใจด้วยการตรวจ CT
CAC เป็นเครื่องมือที่มีบทบาทในการช่วยประเมินความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะในบุคคลที่เหมาะสมตามการประเมินทางคลินิก
การมีแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจเป็นหลักฐานของการมี coronary atherosclerosis หรือการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดหัวใจจากกระบวนการหลอดเลือดแดงแข็งจากคราบไขมัน
โดยทั่วไป
CAC Score สูงขึ้น → สะท้อนปริมาณแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจที่มากขึ้น และโดยทั่วไปสัมพันธ์กับภาระของหลอดเลือดแดงแข็งและความเสี่ยงของเหตุการณ์โรคหัวใจและหลอดเลือดที่สูงขึ้น
CAC Score = 0 → โดยทั่วไปสัมพันธ์กับความเสี่ยงของเหตุการณ์โรคหัวใจและหลอดเลือดที่ค่อนข้างต่ำในระยะเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะในบุคคลที่ได้รับการประเมินและคัดเลือกอย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม CAC Score = 0 ไม่ได้หมายความว่าไม่มีโรคหลอดเลือดหัวใจหรือไม่มีคราบไขมันในหลอดเลือดหัวใจอย่างแน่นอน
เนื่องจาก CAC ตรวจพบการสะสมของแคลเซียม แต่ไม่สามารถตรวจพบคราบไขมันที่ไม่มีแคลเซียมได้ทั้งหมด โดยเฉพาะในบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่อายุน้อยกว่า หรือผู้ที่มีลักษณะความเสี่ยงบางประการ
ดังนั้น ผล CAC ควรได้รับการแปลผลร่วมกับอายุ ประวัติสุขภาพ ปัจจัยเสี่ยง อาการ และข้อมูลทางคลินิกอื่น ๆ ของแต่ละบุคคล
ทำความรู้จัก Epicardial Adipose Tissue (EAT)
นอกจากการประเมินแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจแล้ว อีกหนึ่งตัวชี้วัดที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในการศึกษาด้านสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดคือ Epicardial Adipose Tissue (EAT)
EAT คือเนื้อเยื่อไขมันที่อยู่บนผิวของกล้ามเนื้อหัวใจ ภายในเยื่อหุ้มหัวใจชั้นใน และอยู่ใกล้กับหลอดเลือดหัวใจ
โดยปกติ EAT มีบทบาททางสรีรวิทยาหลายด้าน เช่น การสะสมและให้พลังงาน การช่วยปกป้องโครงสร้างของหัวใจ และมีบทบาทต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ในบริเวณรอบหัวใจ
อย่างไรก็ตาม เมื่อปริมาณหรือคุณสมบัติของ EAT เปลี่ยนแปลงไปตามภาวะเมตาบอลิก EAT อาจมีความสัมพันธ์กับกระบวนการอักเสบและการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดหัวใจ
งานวิจัยจำนวนมากพบความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณ EAT ที่เพิ่มขึ้นกับปัจจัยเสี่ยงด้านเมตาบอลิก ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง และโรคหลอดเลือดหัวใจ
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า EAT เป็นสาเหตุโดยตรงของโรคหลอดเลือดหัวใจในทุกกรณี
EAT จึงเป็นตัวชี้วัดที่น่าสนใจ เนื่องจากให้ข้อมูลเกี่ยวกับไขมันบริเวณรอบหัวใจ ซึ่งแตกต่างจากการประเมินไขมันในร่างกายโดยทั่วไป เช่น BMI (Body Mass Index) ที่สะท้อนภาวะน้ำหนักและส่วนสูงโดยรวม
อย่างไรก็ตาม บทบาทของ EAT ในการประเมินความเสี่ยงทางคลินิกในชีวิตประจำวันยังอยู่ระหว่างการพัฒนาและศึกษาวิจัยเพิ่มเติม จึงควรใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินสุขภาพหัวใจร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ มากกว่าการใช้เป็นตัวชี้วัดเพียงอย่างเดียว

CAC และ EAT: ข้อมูลที่แตกต่างและอาจช่วยเสริมกัน
CAC และ EAT ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดคนละด้าน
CAC ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสะสมของแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหนึ่งของภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง
ขณะที่ EAT ให้ข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณเนื้อเยื่อไขมันรอบหัวใจ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับสภาวะทางเมตาบอลิกและกระบวนการทางชีวภาพในบริเวณรอบหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ
การพิจารณาข้อมูลทั้งสองร่วมกับปัจจัยเสี่ยงทางคลินิก จึงอาจช่วยให้เห็นข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดได้จากหลายมิติ
อย่างไรก็ตาม CAC และ EAT ไม่ควรใช้แทนการประเมินทางคลินิกหรือการตรวจวินิจฉัยเมื่อมีอาการหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคหัวใจ
การประเมินสุขภาพหัวใจเชิงป้องกันด้วยข้อมูลหลายด้าน
ที่ NURA Bangkok เรานำการตรวจสุขภาพและการตรวจทางภาพมาใช้เพื่อสนับสนุนการประเมินสุขภาพเชิงป้องกัน
การตรวจ Ultra-Low-Dose CT สามารถให้ข้อมูลที่ใช้ในการประเมิน Coronary Artery Calcium (CAC) และ Epicardial Adipose Tissue (EAT) ตามรายการตรวจและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
ข้อมูลจากการตรวจทางภาพจะพิจารณาร่วมกับข้อมูลสุขภาพด้านอื่น ๆ เช่น
- ความดันโลหิต
- ผลตรวจเลือด
- ประวัติสุขภาพและประวัติครอบครัว
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต
- ปัจจัยเสี่ยงด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด
- ข้อมูลจากการตรวจทางภาพ
เทคโนโลยี AI สามารถช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลจากภาพทางการแพทย์และเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน ขณะที่ผลการตรวจควรได้รับการทบทวนและแปลผลโดยรังสีแพทย์และแพทย์ตามความเหมาะสม
แนวทางนี้ช่วยให้การประเมินสุขภาพหัวใจไม่ได้พิจารณาจากตัวเลขหรือผลตรวจเพียงรายการเดียว แต่คำนึงถึงข้อมูลสุขภาพโดยรวมของแต่ละบุคคล
ทำไมการประเมินความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีความสำคัญ?
เป้าหมายของการตรวจสุขภาพหัวใจเชิงป้องกันไม่ได้มีเพียงการค้นหาโรคที่มีอยู่แล้ว แต่ยังช่วยค้นหาปัจจัยเสี่ยงและความผิดปกติบางอย่างตั้งแต่ระยะที่ยังไม่มีอาการ
เมื่อพบปัจจัยเสี่ยงหรือความผิดปกติ แพทย์สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปประกอบการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับพฤติกรรม การควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิต ระดับไขมัน และระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึงพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมหรือการรักษาเมื่อมีข้อบ่งชี้
อย่างไรก็ตาม ไม่มีการตรวจเพียงรายการเดียวที่สามารถคาดการณ์หรือป้องกันเหตุการณ์ทางหัวใจได้ทั้งหมด การประเมินความเสี่ยงที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาข้อมูลหลายด้านร่วมกัน
ดูแลสุขภาพหัวใจด้วยการตรวจเชิงป้องกัน
โรคหลอดเลือดหัวใจสามารถดำเนินไปโดยไม่มีอาการในระยะแรก การประเมินสุขภาพหัวใจจึงอาจเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจ
การประเมิน CAC ร่วมกับ EAT สามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสะสมของแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจและปริมาณเนื้อเยื่อไขมันรอบหัวใจ ขณะที่การพิจารณาร่วมกับข้อมูลทางคลินิกและปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ อาจช่วยให้เห็นข้อมูลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดได้จากหลายมิติมากขึ้น
ที่ NURA Bangkok เรานำเทคโนโลยีการตรวจทางภาพ การวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI และการประเมินโดยแพทย์มาผสานกัน เพื่อสนับสนุนการตรวจสุขภาพเชิงป้องกันและช่วยให้คุณเข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจของตนเองมากขึ้น
เพราะการดูแลสุขภาพหัวใจ ไม่จำเป็นต้องรอจนกว่าจะมีอาการ





